My photo
Newark, DE, United States
คนธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตราบเรียบ พูดมากหาสาระได้น้อยแต่ฮา แถมชอบพีมพัมกับตัวเองบ่อยๆๆ แต่ไม่ได้บ้านะจะบอกให้ เข้าใกล้ได้จ่ะไม่กัดแน่นอน!
A simple person ,like to talk and sometimes humble with myself. I am not crazy but funny.Do not worry to come close to me,I will not bite!
โอ้ทเป็นคนตัวเล็ก ๆ อวบ ๆ ที่ไม่มีสาระสักเท่าไร ชีวิติเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เชื่อในความคิดของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็รับฟังผู้อื่นด้วย เมื่อตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้านมาซะไกลมาก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยรู้ก็ได้รู้ ไม่เคยทำก็ได้ทำ เทคโนโลยีก้าวไกล ช่วยให้สามารถสื่อสารติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก รวมถึงระหว่างโอ้ทและพ่อ แม่ น้อง ๆ ด้วยเช่นกัน

เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง ตั้งแต่อยู่แผ่นดินบ้านเกิด จนย้ายมาไกลม๊ากมาก ด้วยเหตุที่หลงหนุ่มตาใสคุยกันคนภาษา คนละสัญชาติ เขียนไว้ให้ทางบ้านได้รู้ความเคลื่อนไหว เขียนไว้เป็นบันทีก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนไว้จะเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายๆ คนด้วยก็ดีใจ


โอ้ทไม่ได้เขียนเรียงตามวันนะค่ะ เหตุการณ์ก่อน-หลัง สลับกันไปมา เรื่องไหนภาพน้อยเขียนเร็ว เรื่องไหนภาพเยอะ เขียนแล้วเก็บไว้ใส่ภาพตามหลังทำให้ตีพิมพ์ช้าไป...ด้วยประการนี้ละจ้า



The stories in this blog are the true experiences of everyday life from a regular person, "Me". I have written since I lived in Thailand and have continued to write since that I moved away from Thailand and married a man who is totally different from myself in almost every way. I write the blog so I can share my everyday life with my family in Thailand and also to record my memories because nobody can bring back time that has passed but my writing can. If my writing can help anyone as reference information it is good.


My post do not in order by the date because I have pictures do not finish organizing so I wrote the stories and save as daft then will public when I added the photos so the stories with less photos always public first.

เมื่อเราไม่ท้อ ไม่ถอย ตั้งใจ และลงมือ อะไรก็สำเร็จได้สักวัน
แวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอให้มีความสุข และ มีความรักรอบๆ ตัวทุกคนค่ะ
If we never give up and begin doing, we will succeed. I wish everyone happiness and love, stay around.

เรื่องราว ข้อมูล บทความ ที่เขียนทั้งหมด ที่พื้นที่แห่งนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกเก็บไว้อ่านย้อนหลังเพราะไม่ได้เขียนใส่สมุดตั้งแต่มาอเมริกาและเพื่อง่ายต่อทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นชิวิตความเป็นอยู่ ทั้งเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส มิได้มีเจตนากระทบกระทั่งบุคคลใดขอขอบคุณเจ้าของบทความ งานเขียน และรวมถึงวิดีโอ ที่มีประโยชน์ได้นำมาอ้างอิงเผยแพร่ไว้ที่นี่ และยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทั้งด้วยความตั้งใจและบ้งเอิญค่ะ

Stories and articles in this blog are my experiences .I would like to share in public. Welcome everyone!

Since I moved to the USA I have not written in a book, I use this space to keep the memories of everything I do and everyone I meet and this makes it simple to update my family in Thailand also.

Thank you to all the writers and people educated in the media who I copied to share this blog

Thursday, September 24, 2009

น้ำนมถั่วเขียวพิษ...อู้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ Milk poison

เหตุเกิดเมื่อวานคืนวานนี้เองหมาดๆ (23 ก.ย.52) ขอเล่าอย่างละเอียด เพื่อเห็นภาพกันช้าดดดดดดดดดดดดดดชัด

...สาเหตุเนื่องมาจากอยากกินน้ำเต้าหู้ ต้มจากนมถั่วเหลือง ได้สูตรมาจากเพื่อนในเนตทำง่ายๆ เลยจัดการทำซะแต่ว่าใช้ถั่วเขียวแทน เพราะมีอยู่เยอะ น่าจะทำได้เหมือนกัน แช่ค้างคืนนึง เช้าปั่นละเอียด บิดน้ำ ต้มใส่น้ำตาล หอมกรุ่น ชิมไป 1 ช้อน ใช้ได้ จากนั้น กินมื้อเย็นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อิ่มหนำได้สักประเดี๋ยว ลุกจะไปล้างจาน..โอ้ยๆๆๆ ปวดท้อง วิ่งจู้ดๆๆๆ เข้าห้องน้ำ แต่ว่ามันตุ่ยๆ เอหรือว่าปวดรอบเดือนหว่า เพราะมีพอดี เข้าห้องน้ำ ถักนิตติ้งสบายใจตามปกติ แต่ทำไม ท้องไส้มันปั่นป่วน บิดๆๆๆ แสบๆๆๆ เหมือนอาหารเป็นพิษเลย ชักไม่ไหว เริ่มหน้ามืด ท้องก็ปวด บิดๆๆๆ เอาละซิ...กินอะไรผิดสำแดงอีกแน่ๆ เรา นึกๆๆๆๆ ก็ไม่มีอะไรนี่นา อาหารทุกอย่างทำใหม่ ทำเอง สุกๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว เรียกดารินขอน้ำ 1 ขวด พร้อมดมยาไปด้วย โอ้ยๆๆๆๆ ปวดท้อง มากๆๆๆๆ จะออกก็ไม่ออก.... มีอย่างเดียวแหละ ที่พิศดาร ต้มน้ำนมถั่วเขียว หลังจากดารินเอาน้ำมาให้ ดื่มๆๆๆๆๆ และดมยาอยู่ ถักนิตติ้งไปด้วย (ยังพอไหว) แต่ปวดๆๆๆ บิดๆๆๆ โอ้ยๆๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว...เฮ้อ! ออกซะที ค่อยยังชั่ว นั่งอยู่ในห้องสุขาสวรรค์ เกือบครึ่งชั่วโมง แสนยาวนาน ออกมายังไม่แน่ใจ ไปดื่มนมถั่วเขียวต้มเอง อีก 1 แก้ว เท่านั้นล่ะ ได้เรื่องทันตา วิ่งจู้ดๆๆๆ ขึ้นบ้าน คราวนี้ ปวดมากกว่าเก่า โอ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กว่าจะออกมาแทบจะกองลงไปนอนบนพื้น ...................ป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ได้การณ์ ต้องลงไปจัดการเททิ้งให้หมดไม่ให้เหลือซาก แบบนี้ พิษชัดๆๆๆๆๆ



จะสมเพศ หรือ สมน้ำหน้าตัวเองดีเนี่ย อุตริ ต้มน้ำนมถั่วเขียว ทำร้ายตัวเอง แต่แปลกๆๆๆๆ ทำให้ท้อไส้ปั่นป่วนได้ขนาดนี้ เข็ดๆๆๆๆ ไม่อาววววววววววว อีกแว้วววววววววววววว


It happened last night (23rd Sep 09)....
I found the recipe' very easy to make soy milk but I did not use soy bean. I use the green bean (when grow up to be bean sprout). I soak bean over night, blend and squeeze for water then boil with sugar. The milk came out really good, so I tasted a spoon before supper and every thing fine. After meal about half an hour, I had stomachache so bad, then I thought which food cause for my sick. Every food I cooked new and nothing bad, so milk was the strange because I never had before. I still did not sure then drank one more glass and suddenly....ewwww! my stomachace so badly. I spent long time in bahtroom.............OMG! I dump a pot of milk last night. It was poison milk.



เป็นผลดีเพราะเพลียทำให้นอนเร็ว ตื่นมาตี 4 นอนไม่หลับแล้วงานนี้ ทำไรดี ...คิดถึงผ้ากองโตหน้าร้อนหมดแล้ว เอ้า รีดผ้านี่ล่ะ จนเสร็จก่อนเวลาไปเทียวสวนดอกไม้ ในที่สุดผ้าที่หมักหมมไว้ตลอดฤดูร้อนก็เคลียร์หมดภายใน 4 ชั่วโมง

This sick made me went to bed earlier than usual and made me got up too early. I can not get back sleep because my eyes open, so I did ironing finished in 4 hours. Yeah! I finished all clothes did not do all summer.

Saturday, September 19, 2009

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบัลติมอร์19 ก.ย. 52 2009 Baltimore Aquarium 19th Sep 09

วันนี้ต้องไปรับสมาชิกใหม่มาบ้านที่บัลติมอร์บ่าย 2 โมง ดารินจะพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก่อน ออกจากบ้านกันแต่ 10 โมงเช้า สมาชิกร่วมเดินทางมี โอ้ท ดาริน และ บิ๋ม นกทำงาน อดไปเหมือนเคย ใช้เวลาเดินทางประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ตื่นเต้นจังเพราะนานๆ จะได้เข้าเมืองใหญ่(กว่าที่อยู่) มีตึกใหญ่ๆ สวยๆ ถนนกว้างๆ






อากาศวันนี้มีแดดบางๆ และเย็น ต้องใส่เสื้อแจ๊คเก็ตช่วยอุ่นขึ้นนิดแต่ยังไม่เย็นถึงเสื้อโค้ท ดารินก็เป็นไกด์พาไปเหมือนเดิม เดินดุ่มๆๆ ไม่สนใจคนด้านหลัง เรา 2 สาวก็ถ่ายรูปกันไปอย่างไม่สนใจผู้นำเหมือนกัน...อิอิ ด้านในจะมืด คนเยอะมากๆวันนี้ อาคารเตี้ยๆ ทำให้โอ้ทรู้สึกหายใจไม่สะดวก ออกซิเจนภายในคงไม่พอกับจำนวนผู้คนที่แออัด ปวดหัวข้างขวาหนึบๆ แต่ดีที่มียาหม่องสมุนไพรไทยติดตัวประจำ ช่วยบรรเทาได้ ทีนี่ไม่มีอุโมงค์กระจกเหมือนที่จอร์เจีย แต่มีสระรอบๆ เดินขึ้นไป 2-3 ชั้น เห็นรอบตลอด และมีอ่างลักษณะเหมือนถังน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางบริเวณอาคารที่เดินเทียว (คิดว่ากลางน่ะ) เราใช้เวลาเดินถึงเกือบบ่าย 2 โมง ออกจากพิพิธภัณฑ์เพราะต้องไปรับน้องเหมียว




อ่อ! ลืมบอกไปว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ติดมหาสมุทร มีเรือลำใหญ่จอดโชว์ด้วยแต่โอ้ทไม่ได้ไปอ่านชื่อว่าเรืออะไร ชอบเที่ยว ชอบให้คนเล่า แต่ไม่ชอบอ่าน เป็นไกด์ที่ไม่ได้เรื่องเลยเนาะ...อิอิ มีเรือรบจอดอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ด้วยตอนแรกนึกว่าให้ขึ้นไปได้เลย แต่ที่ไหนได้ต้องซิ้อตั๋วต่างหาก ไม่เป็นไร ถ่ายรูปข้างๆ ก็ได้




ตึกสูงๆ ไม่น่าเชื่อว่ามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง แต่มองในกล้องเห็นเป็นเส้นยาวๆ ขวางตึก แต่กดชัตเตอร์ปุ้บกลายเป็นจุดไฟขาวๆ สะท้อนกับกระจกบนตึกเท่านั้น แปลกดี


ระหว่าง 2 สาวเดินผลัดกันถ่ายรูป มีหญิง-ชายคู่หนี่งเดินผ่านมา ใจดีอาสาถ่ายรูปคู่ให้เรา เพื่อการไม่เสียมารยาท ไม่ปฎิเสธค่ะ...อิอิ แต่ที่นี่คนมีน้ำใจมีเยอะ เพราะตอนไปเทียวห้างฯ คิงส์ออฟปรัสเซียที่ฟิลาเดลเฟียก็มีคนอาสาถ่ายรูปให้ด้วย คงเห็นมากัน 2 คน แล้วถ่ายคู่กันไม่ได้






ด้วยความที่โอ้ทเป็นช่างภาพมือฉมัง (แต่ไม่ฉเม้ง)จับให้น้องบิ๋มกะดารินถ่ายรูปคู่กันซะเลย ใครแฟนใครไม่ว่ากันจ้า




โดยเฉพาะบิ๋ม อยู่ด้วยกันตลอด โอ้ทก็กดชัตเตอร์ถ่ายน้องสนุกไปเลย บิ๋มบอกว่าใครมากะพี่โอ้ทนี่ต้องเป็นนางแบบทุกคนเลยใช่ไหมเนี่ย...อิอิ แต่น้องก็ชอบใจเพราะถ่ายรูปออกมาดูน่ารักดี เสียอย่างเดียว น้องถ่ายให้ไม่ถูกใจพี่เนาะ...น้องบอกว่าขอเก็บตังค์ซื้อกล้องดีๆ ก่อนแล้วพี่สอนนู๋น่ะ จะจ้าดดดดดดดดดให้ค่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


2 คนถามไถ่เวลา ดูนาฬิกาไฮเทคของน้องบิ๋ม (น่าตาเป็นไง ไม่รู้เพราไม่ได้ดูด้วยอะ ลืม!)


ได้ตั๋วล่ะ แต่เหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงหาไรหม่ำก่อน




2เสียงร้านแม๊กซิกัน 1เสียง(แพ้)อาหารเอเชีย


ได้น้ำปลาหน่อยก็ดีน่ะเนี่ย




ถึงบ้านจัดกระเพราไก่ไข่ดาวปลอบใจ




ขาไปเข้าอาคารจอดรถก่อน




ขากลับจ่ายค่าจอดก่อนไปเอารถ ที่ตู้อัตโนมัติ


ใส่บัตรจอดรถ




ใส่เงิน




รับสลิป



รูปเยอะแยะมากมาย ถ้ามีเวลาคลิ๊กดูรูปเพิ่มเติมที่นี่ได้น่ะจ่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมที่บล๊อกแห่งนี้ด้วย ต้อนรับเสมอ ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทริปก่อนยังไม่ได้เล่าเลย เอาทริปสดๆ มาเล่าก่อนละกัน ติดค้างกันไว้สักหลายวันหน่อยเพราะต้องเล่ายาววววววววววววววววว

สมาชิกใหม่ "เฮอร์เบิร์ท" New member "Herbert"

วันนี้พวกเราไปรับสมาชิกใหม่ แมวเหมียว”เฮอร์เบิร์ท” โอ้ทรู้สึกเศร้าตอนที่ต้องแยกมันออกมาจากแม่และพี่น้อง แต่เราจะเลี้ยงเจ้าแมวเหมียวเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง เจ้าแมวเหมียวที่น่าสงสารคงตื่นกับการเดินทาง เราใส่เจ้าเหมียวในกรงเปิดประตูไว้ด้านหลังรถ โอ้ทนั่งเฝ้าด้วย เจ้าแมวน้อยอึแตกเหม็นตลบรถเลย...อิ้ ตัวเล็กแต่กลิ่นไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย เมื่อถีงบ้านดารินจับแมวน้อยนอนบนหมอนเฟรดดี้ มันก็หลับไปเพราะเหนื่อยมั้ง ดารินบอกว่ามันกดดัน...รู้ซะด้วย แต่เจ้าแมวเฟรดเจ้าของบ้านกลับไม่มาหา หลบๆๆซ่อนๆๆ คงยังไม่ชินกับสมาชิกใหม่ พอจับให้มาอยู่ใกล้ๆ กัน เจ้าแมวเฟรดกลับทำเสียงขู่ซะเจ้าแมวน้อยฉี่ราดเลย ดูซิ ดารินบอกว่าสักพัก 2 ตัวคงจะเป็นมิตรกันเอง อาจเป็นเพราะคนละพันธุ์ด้วย เฟรดแมวไทย เฮอร์เบิร์ทแมวอียิปต์

 Today we were picking up a new family member "Herbert". He is so cute at 2 months old. I was a little sad when we took him from his mom and brother but he is going to be our kid also. We put him in the case but it was very stressful for poor "Herbert" on the way home. He was pooping...ewww, it smelled so bad! When we got home Darin took him on "Freddy"s pillow. He slept for a while. Freddy does not get along with him yet.


ถึงหน้าบ้าน At the house


แม่กะพี่น้อง Herbert’s mom and brothers


พบกันครั้งแรก ทักทายกันหน่อย 1st meeting


He is so cute! น่ารักจัง
แมวน้อยอายุ 2 เดือน He is 2 monts old.



เมื่อวาน(19 ก.ย.52) ดารินท่าจะฉุน ไม่สนเมียเลย ห่วงแต่น้องแมว....หาตัวก้ไม่เจอเพราะเจ้าเหมียวตัวกะจิ๋ดเดียว มันแอบไปอยู่ใต้โซฟา ติดกะชั้น ยกโซฟา ก็วิ่งๆๆๆ หนี จับกันไม่ทัน
Darin was mad with me because I could not find Herbert. He is very little and difficult to find. I found him under the sofa behind the shelf. We lifted up the sofa and tried to catch him but we failed. Look at the photo.


เมื่อเช้านี้(20 ก.ย.52)ก็หายอีก หากันทั่วบ้าน เสียงร้องก็ไม่ร้อง โอ้ทซักผ้า ดารินบอกว่าโอ้ทเอาแมวน้อยไปใส่ซักด้วยป่าว ดู๊ดู... :)) ตอนนี้หลับกันทั้งคนทั้งแมว แต่ที่แย่เห็นจะเป็นเจ้าเฟรดดี้ ขู่น้องตลอด ดารินบอกว่ามันกลัวน้องอะ... วันนี้โอ้ทซื้อกระพรวนมาจะใส่ให้มันแล้ว

Every morning I cannot find him because he keeps hiding without noise. Darin asked if I put him in the water while I did laundry...ummm! Now, both Darin and Herbert are sleeping.

Poor Freddy seems to be afraid of Herbert. (Today I bought a bell necklace for Herbert but Darin took it off because he said he doesn't want anything around Herbert's neck, or around the neck of any cat because he says it will annoy the cat. 


Thursday, September 17, 2009

colorful scarf ผ้าพันคอสีสด

เสร็จแล้วเมื่อวานนี้เอง ทำอยู่หลายวันเพราะทำได้วันละนิดๆ หน่อยๆ ทันไปขายตลาดนัดเสาร์หน้าดีใจจัง ขายผืนเท่าไรดีน๊า $25 แพงไปอะป่าว

I finished colorful scraf yesterday on time for flea market next Saturday.It is only $25 for coming winter. Wink




This scarf gave to one of my Thai friends " MaM " on X-mas 2010.

Monday, September 14, 2009

Pillow case from bed skirt and hair band from handkerchief

เมื่อวานเย็บปลอกหมอนจากผ้าปูที่นอนให้เพื่อนเสร็จ 1 คู่
Yesterday I sew a pair pillow case from bed skirt for friend.

,

เช้านี้เย็บอีก 1 คู่ แบบง่ายๆ เหมือนกัน คราวนี้ทำโบว์ผูก
This morning I sew a pair from same bed skirt but different design . I made ribbon tie up for them.



แล้วยังมีเวลาเย็บผ้าคาดผมจากผ้าเช็ดหน้าใช้ซะเลย สวย ง่าย ไม่เสียเงินด้วย
It was a little time before took my cousin to school so enough for sew hair band from handkerchief. It is cute and no cost also only 1 in the world...LOL


พับครึ่งก็สวย

fold half look nice too.



Sunday, September 13, 2009

เสาร์-อาทิตย์ที่แตกต่าง Weekend 12th-13th Sep 09

เสาร์ 12 ก.ย 52 ...วางแผนไว้แต่เมื่อวานจะไปเดินตลาด booth corner เหมือนจตุจักรบ้านเรา กะบิ๋มหลังส่งนกทำงาน แล้วกลับมาไปงานเทศกาลริมแม่น้ำที่เดลาแวร์ซิตี้ แต่ต้องเปลียนแผนเพราะดารินพาไปดูหนังตอนบ่าย ตั้งแต่เช้าฝนตกพรำๆทั้งวัน ไปดูหนังก็ไม่สนุก อยากดู Destination 4 แต่ดารินอยากดู whiteout ดูตามเจ้าภาพก็ได้ไม่ว่ากัน ไปช้าเลยไม่มีที่นั่งต้องนั่งแถวหน้าสุด แหงนจนเมื่อยคอ ถ้าคอหมุนได้ 360 องศาก็คงจะหมุนหลายรอบทีเดียว เวียนหัวอีกต่างหากกว่าหนังจะจบ แถมไม่สนุกอีก ออกจากโรงหนัง ฝนยังตกพรำๆ ว้าแบบนี้ก็ไปงานเทศกาลไม่ได้แล้วซิ เช็คดูแล้วงานมีถึง 2ทุ่ม ถึงบ้านโทรถามเพื่อนที่อยู่แถวนั้น อ้าว! ฝนที่นั่้นไม่ตก งั้นไปเที่ยวงานดีกว่า แวะรับบิ๋มก่อน เลยเอาขนมไปให้เพื่อนดาริน ใกล้ๆ บ้านหลังใหม่แต่ดันเลี่ยวผิดหลงไปอีก เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ไปถึงไม่คุยนาน เพราะเกรงว่าจะค่ำซะก่อนถึงริมแม่น้ำ

ไปถึงริมแม่น้ำ อ้าว! ฝนทำไมตกซะงั้น หมดกัน ไม่ต้องเที่ยว ไม่ต้องเดิน ครั้งแรกที่ไปฝั่งแม่น้ำ ปกติจะไปบ้านเพื่อนอีกฝั่ง (แยกไฟแดง) แม่น้ำเหมือนเจ้าพระยาเลย ถ้าได้ไปอีกจะเอารูปมาฝาก เมื่อเดินเที่ยวไม่ได้ แวะไปหาเพื่อนก็ได้ แต่แหมเวลาพลาดนี้จะพลาดไปหมด เพื่อนไม่อยู่ซะอีก ไปซื้อหมอนจะเอาให้เย็บปลอกหมอนวันเกิดแม่สามี สรุปสุดท้ายมาเจอกันที่บ้านเราเอง

Saturday 12th Sep 09..I planned to go to both corner after took Nok to work and go to
อาทิตย์ 13 ก.ย.52...ดารินบอกจะพาไปหาหมอ เลยไม่ได้ไปวัดกะนก วันนี้วัดมีงานวันสารทไทย ช่วงดารินยังไม่ตื่น จัดแจงตัวเองเรียบร้อย รีดผ้า ทำกับข้าว ปาเที่ยงก็ยังไม่ตื่น สรุปว่าไม่ได้ไปหาหมอ ดีนะแขนดีขี้นบ้างแล้ว (อ่อ ไม่ได้เล่า เป็นมา 2 สัปดาห์แล้ว ไม่รู้แพ้อะไร เริ่มเป็นตุ่มเล็กๆ แล้วกลายเป็นแผ่นน้ำใสๆ แล้วก็มีตุ่มขี้นเรื่อยๆ ที่แขนซ้ายข้างเดียว สัปดาห์ต่อมาเริ่มคันตามตัวอีก รำคาญมาก ไม่เกา แค่ลูบเอา ยังแสบเลย มียาทาเอาไม่อยู่ ไปซื้อคาลาไมน์มาทา พอช่วยได้หน่อย หลายๆคนบอกเป็น พอยซันไอวี่ poison ivy มันคืออะไรก็ไม่รู้ เมื่อวานเพื่อนที่ให้เย็บปลอกหมอนบอกว่าเป็นต้นไม้ชนิดนึง คนที่นี่จะแพ้กันเยอะ

วันนี้อากาศดีจัง แดดออก ไม่มีเค้าฝน หลังจากทำอาหารให้ดารินเรียบร้อย จะขอเปิดหนังที่ดารินไม่ชอบดู ปรากฎว่าดารินจะพาไปดู Destination 4...เยๆๆๆๆ เตรียมจะเย็บปลอกหมอนให้เพื่อนพอดี ไว้ค่อยกลับมาเย็บละกัน วันนี้ในโรงหนังไม่มีคนเลย แถมได้โรงที่ใหญ่กว่าด้วย เพราะเป็นหนัง 3 มิติ ดูสบายใจ นั่งแถวหลังสุด แถมหนังก็สนุกมากๆ ด้วย ดีกว่าเมื่อวานเยอะ (โอ้ทหันไปบอกดาริน ไม่ต้องแหงนคอดู) วันนี้ดูหนังสามมิติสนุกกว่าวันอื่นๆ เพราะเห็นสิ่งของมันลอยมาตรงหน้า...ตื่นเต้นๆๆๆๆ

กลับถึงบ้านเย็บปลอกหมอนให้เพื่อนจนเสร็จ ทำหมูย่างให้ดาริน แล้วทำกับข้าวไว้กินเองเรียกอะไรไม่รู้ มีมะเขือเทศเพื่อนบ้านให้มาจะเน่าแล้ว (ของตัวเองจากต้นเน่าหมดแล้วเพราะไม่รู้จะทำอะไรกินไม่ทัน) เปิดดูวิธีทำซอสสปาเก๊ตตี้ เอาทำแบบนี้ล่ะ แต่ไม่เหมือนเลยสักนิด...ฮ่าฮ่า ใส่มะเขือทั้งลูกเลยหลายสิบลูกได้ ใส่น้ำ ใส่หอมใหญ่หันเล็กๆ ต้มให้น้ำแห้ง เติมน้ำปลา น้ำตาล ใส่เนื่้อหมูหั่นช้ินเล็ก ใส่พริกหยวก เติมพริกขี้หนูตำ เรียกว่าไรดีน๊า กินกะผักสดอร่อยแน่ๆ วันนี้ยังไม่ได้กินเพราะมีราดหน้าเหลืออยู่ อิ่มๆๆๆๆ





โฉมหน้าปลอกหมอนที่เย็บให้เพื่อน
I sew pillow case.
Back Front