Friday, March 26, 2010

หมวกรับร้อนใบที่ 2-3-4 หาเจ้าของจ่ะ 3 hats looking for the owner

หมวกใบที่ 2 ชมพู-ขาว เรียบๆ ง่ายๆๆ ใส่กันแดด เก๋ไก๋จ้า
#2 pink and whtie simple but cute





หมวกใบที่ 3 ชมพู-ขาว ติดดอกไม้กิ๊บเก๋ด้วย ปลายระบายบานเล็กน้อย ใส่ยังไงก็งามจ้า
#3 pink and white with lovely big flower and frill hem






หมวกใบที่ 4 สีเขียว-ขาว ติดดอกไม้สีลูกกวาด 2 ดอก กิ๊บเก๋อีกแล้ว รีบๆๆมาจับจองเป็นเจ้าของให้ว่องไวเลยนะเจ้าคะ

#4 green and white with candy flowers...because the color so sweet like a candy.It is so cute hat with little frill hem.









Wednesday, March 24, 2010

หมวกรับร้อนใบที่ 1 เขียวดอกฟ้า..Green with blue flowers

แดดออกแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า ฤดูหนาวกำลังจะผ่านไป ดีใจๆๆๆๆ แต่ตอนนี้เป็นฤดูการ"งอก" ของยอดต้นไม้ ดอกไม้ เริ่มมีสีสันให้เห็นบ้างแล้ว ช่างทำให้มีพลังงานจริงๆๆ ว่าแล้วก็ทำหมวกรับร้อนดีกว่า ตัวเองก็ชอบใส่หมวกอยู่แล้ว ออกจากบ้านร้อนไม่ร้อนไม่สนใจ ต้องใส่หมวกไว้ก่อน คนน่ารักต้องแต่งให้น่ารักมากขี้น...อิอิ (ไม่น่ารักก็ช่วยๆกันดูให้น่ารักหน่อยก็ละกันนะจ่ะ ร่วมด้วยช่วยกัน) นอกเรื่องซะ.. หมวกเหล่านี้รอคอยเจ้าของมาพากลับบ้านมีใครบ้างไหมน๊า?



ปล. ไม่มีแพทเทิร์น นะค่ะ ทำตามแพทเทิร์นตอนต้นนิดเดียว แล้วก็มั่วนิ่มไปต่อค่ะเพราะใช้ไหมไม่เหมือนในแพทเทิรน์ เลยได้สัดส่วนไม่เหมือนแบบ ก็ไม่ต้องตามแพทเทิรน์ง่ายกว่า



ใบที่ 1 สำหรับคนหัวโต..ฮ่าฮ่า ใส่แล้วเหมือนหัวโตค่ะ เพราะจะพองๆ แต่งด้วยดอกไม้ สีฟ้า ปีกหมวกบานเล็กน้อยเพราะทำบานมากๆๆ ไม่เป็นนั่นเอง สามารถใส่แบบม้วน หรือปล่อยให้ ตรงๆๆ ปิดตาเลยก็ตามชอบ



I am happy when sunshine because that is the signal for coming summer, so time to make hats. I like to wear a hat when go out everyday.



#1 Green with blue flowers. It round 25 inches can wear with open or roll hem as you like. Yes , I am looking for someone to took it home ...Tongue out $25




Friday, March 12, 2010

ขนมกล้วย Steamed banana cake

วันที่ 8 มีนาคม 2553...วันนี้เหลือบไปเห็นกล้วยเปลือกดำยังเหลือจากทำเค๊กกล้วยหอม 3 ใบ หาสูตรขนมระหว่าง กล้วยหอมทอด กะขนมกล้วย แล้วเลือกขนมกล้วย อยากกินมากกว่า กล้วยหอมทอดมันเลี่ยน เป็นสูตรที่ทำง่ายที่สุดตั้งแต่ทำขนมมา ได้จากครัวไกลบ้านค่ะ ต้องขอบคุณเจ้าของสูตรที่เอามาแบ่งปัน

สิ่งที่ต้องเตรียม ingredient
◊ กล้วยหอมบดละเอียด ๕๐๐ กรัม grind banana 500 g
◊ มะพร้าวอบแห้ง ๑๐๐ กรัม (โอ้ทไม่ได้ใส่ แต่ใส่มันแทนเปลือกเหมือนเผือก นึกว่าเป็นเผือกตอนไปซื้อ) dried coconut 100g
◊ แป้งข้าวจ้า ๒๐๐ กรัม rice flour 200g
◊ แป้งสาลี ๒๐๐ กรัม all purpose flour 200g
◊ น้ำตาลทราย ๑๓๐ กรัม sugar 130g
◊ เกลือป่น ๑ ช้อนชา salt 1 tsp

วิธีทำ prepared

◊ ร่อนแป้งทั้งสองอย่างรวมกัน ใส่น้ำตาล เกลือ ใส่กล้วยบด คนให้เข้ากัน sift both flours mix with sugar, salt and banana, if too sticky add little water
◊ ถ้าส่วนผสมข้นเกินไปให้เติมน้ำเปล่าได้นิดหน่อยค่ะ แล้วก็ตักใส่ถ้วย take into small cups
◊ นำไปนึ่งประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีค่ะ อย่าลืมใส่มะพร้าว อบแห้งด้วยนะคะ หอมดีค่ะ เวลาเรานึ่งไปมันจะนิ่มไปเอง steam about 25-20 minutes and do not forget to add dried coconut for good smell,steam will make coconut soft

ปล. ของโอ้ทเนื้อขนมจะแข็งเพราะมีมันผสม กินแล้วมันกุบๆๆ ดี แต่ถ้าไม่ชอบไม่ต้องใส่นะค



Wednesday, March 10, 2010

กระดูกหมู”แซ่บๆๆ” Spicy rib

กระดูกหมู”แซ่บๆๆ” Spicy rib

สิ่งที่ต้องเตรียม Ingredient
กระดูกหมู ปริมาณตามใจฉัน(และตัวคุณเอง) Rib as much as you like
พริกขี้หนู chilli
หอมแดง red onion
กระเทียม garlic
พริกไทย (เม็ดหรือป่นก็ได้) pepper or ground pepper
ตะไคร้ (ซอย) lemon grass
น้ำปลา fish sauce
ซีอิ้วขาว soy sauce
น้ำตาล (นิดหน่อย) sugar (little)
วิธีทำ Prepared
ตำพริก หอมแดง กระเทียม พริกไทย ตะไคร้ (โอ้ทตำใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ใช้หลายเดือนไม่ต้องตำบ่อยๆ)
นำกระดูกหมูใช่ชาม ใส่พริกตำ น้ำปลานิดเดียว ซีอิ้วขาว น้ำตาลนิดหน่อย แล้วคลุกให้เข้ากันทั่ว ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้รสซึมเข้าเนื้อ
Blend or mix with mortar and pestle chili, red onion, garlic, pepper and slices garlic and mix with ribs, add little fish sauce, soy sauce and little sugar. Mix together and cover a bowl , leave over night.

วันรุ่งขึ้น next day
เปิดเตาอบที่ไฟบนรอไว้ เทกระดูกหมูที่หมักไว้ (ส่งกลิ่นห๊อมหอม) ใส่ถาด แล้วจับใส่เตา ตั้งเวลา 20 นาที เอาถาดมากลับกระดูกหมู แล้วเปิดไฟล่าง อบต่ออีก 10-15 นาที หรือจนกว่าหมูจะสุก ถ้าชอบแห้งก็อบต่อจนพอใจจ้า
Heat the oven to Broil. Put rib into a plate and cook for 20 minutes, then turn ribs and chage the heat to bake continue cook 10-15 minutes or until done.





Friday, March 5, 2010

ซาลาเปา Steamed stuff bun

ซาลาเปา Steamed stuff bun 25 ก.พ 53.. วันนี้เรียนภาษาอังกฤษตอนค่ำ ทำซาลาเปาดีกว่าเอาไปให้เพื่อนๆ ในห้องชิมกัน เพื่อนๆในห้องเป็นผู้ทดลองการทดลองทำขนมของโอ้ทไปแล้วโดยปริยาย แต่ละวันที่มีเรียนจะทำขนมไปให้เพื่อนๆชิมกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าทำแต่ละครั้งถ้าไม่มีคนช่วยหม่ำ คงต้องทิ้งแน่ๆ หรือไม่ก็กินกันเป็นเดือนก็ไม่หมด ดารินกินวันเดียวก็ไม่กินแล้ว วันนี้ทำซาลาเปากันดีกว่า เลือกสูตรนี้ ทำออกมาแล้วเนื้อแป้งจะแน่น เหมือนหมั่นโถมากกว่า ซาลาเปาที่ซื้อกินทั่วไปจะนิ่มกว่านี้ แต่รสอร่อยดี



I made Steamed stuff buns for my ESL teacher and friends (guinie pig)..LOL. They asked me what did they call? I did not know in English that time so I told them in Thai “ Sa la pao” but it is Chinese food.


ตัวซาลาเปา dough

ส่วนผสมแป้ง (ส่วนที่ 1) flour ingredient # 1



1. แป้งสาลีตราบัวแดง 350 กรัม all purpose flour 350g

2. ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ yeast 1 tbp

3. น้ำ 1 ถ้วย water 1 cup



วิธีทำ prepared:



นำส่วนผสมทุกอย่างผสมรวมกัน นวดให้แป้งเป็นเนื้อเนียน พักแป้งไว้ให้ขึ้นเป็นเท่าตัว Mixed everything and thresh flour until tender and leave until flour up double



ส่วนผสมแป้ง (ส่วนที่ 2) flour ingredient #2



1. แป้งสาลีตราบัวแดงร่อนแล้ว 150 กรัม all purpose flour 150g

2. ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ baking soda 1 tbp

3. น้ำตาลทราย 150 กรัม sugar 150g

4. เกลือ 1/2 ช้อนชา salt 1/0tsp

5. ไข่ขาว 1 ฟอง 1 white egg

6. เนยขาว 40 กรัม butter 40g



วิธีทำ prepared:



1. นำส่วนผสมของแป้งส่วนที่ 2 ผสมลงในส่วนผสมส่วนที่ 1 แล้วนวดให้เข้ากัน พักแป้งทิ้งไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่า Mixed flour ingredient #2 with the flour ingredient #1 and thresh flour together, leave it until up double

2. ตัดแป้งให้เป็นก้อน คลึงให้เป็นก้อนกลม พักไว้ 5 นาที จึงนำไปห่อไส้ต่างๆ Cut flour to pieces and make as balls, leave for 5 minutes before put stuff in



ขอบอกว่าตอนนวดแป้งเมื่อยมากกว่านวดแป้งทำขนมปังอีก เพราะแป้งแข็งกว่า แต่ก็นวดจนได้ พอใส่แป้งส่วนที่ 2 คราวนี้เหนียวเละเลย ตอนแรกนึกว่าทำอะไรผิดแน่ๆๆๆ แต่นึกอีกทีไม่

เหมือนขนมปังคงจะไม่ผิด




โอ้ทไม่มีหมูแดงทำไส้ไก่งวงบด เพราะมีเนื้อบดอยู่ I made ground turkey stuff.


ส่วนผสมไส้หมูแดง Pork stuff ingredient :


1. เนื้อหมูแดงหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 200 กรัม tiny slices pork 200g

2. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา sugar 1tsp

3. เหล้าจีน 1 ช้อนชา Chinese wisky 1 tsp ( I did not use )

4. น้ำมันงา 2 ช้อนชา sesame oil 2 tsp

5. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ oyster sauce 1 tsp

6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ soy sauce 1 tbp

7. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา black sauce 1 tsp

8. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา pepper ½ tsp

9. สีแดง 1–2 หยด red color 1-2 drops ( I did not use)

10. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ vegetable oil 1 tbp

11. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ corn stach 1 tbp


วิธีทำ prepared:


1. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืช พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อหมูลงผัดพอสุก ใส่เครื่องปรุงรสลงผัดให้เข้ากัน Heat a pan add vegetable oil until hot add pork , cook until pork done add seasoning and stir , mix everything together

2. ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ คนให้เข้ากัน เติมสีแดงให้ทั่ว ตักขึ้น ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำเข้าตู้เย็น พอแข็งตัวจึงนำมาห่อเป็นไส้ซาลาเปา Add corn stach which melt in water, stir and also add color, stir and turn off the heat. Put it into refrigerator until sicky then stuff in dough.



ส่วนผสมไส้ครีม cream stuff ingredient:


1. ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง 3 eggs yolk


2. ไข่ไก่ 2 ฟอง 2 whole eggs


3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย sugar ½ cup

4. นมข้นจืด 10 ช้อนโต๊ะ unsweeted condensed milk 10 tpb

5. นมผง 1 ช้อนโต๊ะ milk powder 1 tbp ( I did not use)

6. แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ corn stach 3 tbp

7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา salt ¼ tsp

8. วานิลลา 1/2 ช้อนชา vanilla extract ½ tsp

9. เนยสด 50 กรัม butter 50g


วิธีทำ prepared: 1. ผสมน้ำตาลทราย นมผง แป้งข้าวโพดให้เข้ากัน พักไว้ mixed sugar, milk powder and corn stach and leave

2. เทนมข้นจืดลงในส่วนผสมของแป้ง คนให้น้ำตาลทรายละลาย pour condensed milk into flour mixed and stir until sugar melt

3. นำส่วนของไข่แดงและไข่ไก่เทลงในส่วนผสม คนให้เข้ากันดี แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง add eggs yolk and whole eggs and mix together then pour in a light cloth and squeeze

4. นำไส้ครีมไปนึ่งประมาณ 10 นาที steam creamy # 3 about 10 minutes


หมายเหตุ : เวลานึ่งให้เปิดฝาคนประมาณ 3 ครั้ง

PS: while steaming open the lid stir about 3 times

Thursday, March 4, 2010

เค๊กกล้วยหอม Banana cake

ทำเค๊กกล้วยหอมกันดีกว่า ครั้งแรกอีกนั่นแหละ เหลือบไปเห็นกล้วยหอมเปลือกเริ่มดำแล้วเป็นสัญญาณว่าจะเน่าแล้วนะจ่ะ ก็วันที่ไปซื้อกับข้าวซื้อกล้วยมาด้วย แถมได้ฟรีมาอีก กินไม่ทันซิ และแล้วไม่คิดอะไรมากหาสูตรกันเลย (ขอบคุณเจ้าของสูตรด้วยค่ะ)


-แป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม All purpose flour 250g
-เกลือ 1/2 ช้อนชา salt 1/2 tsp
-ผงฟู 2 ช้อนชา dry yeast 2 tsp
-เนยเค็ม 1 ถ้วยตวง butter 1 cup
-น้ำตาลทราย 365 กรัม sugar 365g
-ไข่ไก่ 4 ฟอง eggs 4
-กล้วยหอมสุกงอมบด 450 กรัม ประมาณ 3 ลูกค๊าใส่เกินก็ได้นะค๊า beat banana 450g or more
-กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา vanila extract 1 tsp

วิธีทำ prepared:


-ร่อนแป้ง + ผงฟู + เกลือ เข้าด้วยกันแล้วพักไว้ sift flour + dry yeast + salt and leave for a while
-ตีเนย + น้ำตาล ค่อยๆใส่ไข่ทีละฟองจนเป็นครีม beat butter + sugar and added an egg at the time until creamy
-บดกล้วยผสมกับกลิ่นวานิลา แล้วเทลงในอ่างครีมคนให้เข้ากัน beat bananas and vanila extract together
-แล้วใส่แป้งลงไปทีละครึ่ง คนพอให้เข้ากันดีแล้วใส่แป้งส่วนที่เหลือลงไป pour flour half, mix and pour the rest
-จากนั้นนำเข้าอบด้วยไฟ 180 องศาซี ประมาณ 15 นาที แต่ตอนที่ทำ อบไป ประมาณ 20 นาทีค๊า ใช้ไฟล่างไฟบนนะค๊า แล้วลองเอาไม้จิ้มฟันเช็คว่าสุกรึป่าวดูค๊า ถ้าไม่มีอะไรติดออกมาก็ใช้ได้แล้ว bake 180C 15 minutes , check by put tooth pick into the cake if does not have cake stick on the tooth pick done!


ลงมือทำคืนนั้นทันทีไม่รีรอ ถูกใจเพราะเค๊กออกมาไม่มัน และดีใจมากมายเพราะลุ้นอยู่ว่าจะออกมายังไงน๊า เปิดเตาอบออกมา ยิ้มหน้าบานเลย..เยๆๆๆ ทำได้ด้วยนะเราเนี่ย แต่ส่วนที่ใส่ในถาดสี่เหลี่ยมไม่สุกทั่ว อบแล้วอบอีกจนผิวเค๊กสีเข้มเชียว แต่เนื้อในอร่อยอยู่


It was my 1st time to make “Banana cake” . I bought bananas a week and they looked almost rotten so time to reforming. I search the recipe’ and made on the night. All the time I wondered if my cake came out good… Finally, my banana cakes done and they were so good both look and taste.




หนมจีนแกงเขียวหวานไก่ Rice noodle with chicken green curry

ไม่พร่ำพรรณาใดๆๆทั้งสินนะค่ะ มาหม่ำกันเลยดีกว่าๆๆๆๆ

Ingredient (estimate enough for people at the time):
- chicken
- egg plants
- green curry paste ( and beat chilli and garlic to add if you like more spicy)
- coconut milk
- sugar, fish sauce, soy sauce
- rice noodle
Prepared:
- slice chicken and egg plants for a bite
- boil coconut milk and green curry paste (add chili and garlic this time if you like spicy)
- add chicken and continue cooking until chicken look well
- seasoning as you like
- boil noodle in hot water until soft put in the dish and pour green curry on top ready to serve




ปล. ทำอาหารไม่เก่ง และไม่ชอบ แต่เวลาความอยากหม่ำเข้ามาเยือน ก็ต้องลงมือละค้าาาาาาาาาาาาาา


ไม่ได้ไปวัดวันมาฆบูชา... We did not go to the temple

วันอาทิตย์ 28 ก.พ.53... ตื่นแต่เช้าเพราะตั้งใจจะไปวัด วันมาฆบูชา ดูจากหน้าต่างแล้วอากาศสดใส แดดออก ดีจัง จัดการอาบน้ำแต่งตัว ออกจากห้องน้ำมา อ้าว..ไหง หิมะลงมาแบบนี้ล่ะ ปัทโธ่ แผนไปวัดต้องยกเลิกกระทันหัน หิมะตกหนาเชียว แล้วจะตกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ โทรไปยกเลิกบิ๋ม แล้วจัดการเปลียนเสื้อผ้า อยู่บ้านๆๆๆๆ

Sunday 28th Feb 2010..Today we were going to the temple for “Makhabucha day” but after I took a shower was snowing so we have to cancelled. 1 hour later snow stopped and the sky was clear also sunny. It was a good day again. We agreed to watche movie “The wolf man” in the afternoon . I invited “Bim” to join us but she had a stomachache before we left home so just Darin and I. We were at the theater before time little bit . Darin was wrong about showing time of “The wolf man” so we changed to “Shutter Island” which showed that time we were.


1ชั่วโมงให้หลังหิมะหยุดตก นี่ถ้าไปวัดก็คงถึงพอดี แต่ไม่รู้นี่นา คาดการณ์ไม่ได้ พยากรณ์อากาศยังมีผิดพลาด อากาศแปรปรวนมากปีนี้ อากาศหลังหิมะตกแดดจ้าเชียว ดีมาก ไปไหนกันดีล่ะ...ว่าแล้วชวนดารินไปดูหนังดีกว่า ขวนบิ๋มด้วย ดูรอบ1.10 มีเวลาเยอะแยะ จากนั้นไปยิงปินต่อ ...

ไปถึงโรงหนัง ก่อนเวลานิดหน่อย (บิ๋มไม่ได้ไปด้วยเพราะปวดหัว ปวดท้องกระทันหัน กลับไปนอนพักที่บ้าน เพราะไปทำวิจัยที่แลบแต่เช้า) ตกลงกันว่าจะดู “เดอะวูฟแมน” แต่ปรากฎว่าเวลาที่เราไปถึงไม่มี แต่เป็น 2.40 เอาไง ก็มาแล้วนี่ดูเรื่องที่ฉายซิ “ชัตเตอร์ไอซ์แลนด์” แหม! โอ้ทหันไปพูดกะดาริน อยากดูเรื่องนี้แล้วดูเวลาผิดมาละซิ ดารินบอกว่าไม่ใช่ๆๆๆ แต่ว่าสัปดาห์หน้าบิ๋มได้มาดู”เดอะวูฟแมน” ด้วยกันไง
ออกจากโรงหนังประมาณ 4 โมง ดารินถามว่าอยากจะยิงปืนอยู่ไหม โอ้ทย้อนถาม ดารินบอกอยากกลับบ้านเพราะเพลีย (ดูหนังนาน) โอ้ทก็ว่ายังไงก็ได้ ขับรถออกมารอไฟแดง (ทางไปบ้าน กะสนามยิงปินจะคนละเลี้ยว) ดารินถามอีกอยากยิงปืนไหม โอ้ทตอบว่าเห็นด้วยกับเธอทุกอย่าง ไปก็ไป ไม่ไปก็ไม่ไป สรุป ดารินเลี้ยวรถไปสนามยิงปิน...ฮ่าฮ่า

วันนี้คนเยอะกว่าอาทิตย์ที่แล้ว โอ้ทมีที่ใส่หู 2 ชั้นเลยเพราะคราวก่อนเสียงดังสะดุ้งโหยงๆๆๆ คราวนี้ก็ยังดังอยู่แต่ดีกว่า

After movie we went to gun shotting for half an hour. We did not stay longer yet and I can not handle the loud noise for longer yet too. I need some time to used too the loud noise. I wore double for decrese loud noise in my ears today. It was little better than last Sunday
.

เป้าแรกยิงไป 15 ลูก ไม่ได้ตรงเป้าสักลูก เป้าที่ 2 ยิงอีก 15 ลูก ปรากฎว่าดารินเอาเป้ามาให้ดูใกล้ๆ มีร่องลอยบนเป้าแต่อยู่รอบๆๆจุดแดง 4 ลูก ดารินถามว่าแล้วที่เหลือหายไปไหนหมดเนี่ย..ฮ่าฮ่า ก็แหมเพิ่งจะหัดยิงนิ เรายิงปินกันครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว เพราะยังไม่ชินกับเสียงดัง อยู่นานกว่านี้ม่ายหวายๆๆๆๆ อีกอย่างวันนี้ดารินเพลียด้วย ดารินจะซื้อปืนใหม่อีกกระบอก น้ำหนักเบากว่าที่หัดยิงอยู่ แต่โอ้ทว่าเอาไว้ก่อนดีกว่าน่ะ ที่มีอยู่ก็ยังยิงไม่ได้ดีเลย แต่ดูท่าทีแล้วดารินคงจะซื้อจนได้นะแหละ คนชอบนี่เน่อะ

We shot about 2 targets each 15 bullets. The 1st target my shot were around the middle same as last Sunday but the 2nd target mine on it only 4 bullets . Darin asked “where were the rest?”..LOL
Darin wanted to buy a new gun which lighter than the one I used but I told him next time.


Tuesday, March 2, 2010

กุ้งอบวุ้นเส้น..Shrimp and cellophane noodle



วันเสาร์ 27 ก.พ 53.. .ความอยาก(กิน)มาเยือนอีกแล้ว แต่ทำไม่เป็น หาสูตรในกูเกิ้ลมากมายเชียว ดูๆๆๆๆๆ แล้วก็ได้ความว่าส่วนประกอบไม่มีตามสูตร เอาไงล่ะ ก็อยากกินวันนี้แล้ว รู้วิธีแล้วว่าทำไง เรื่องสูตร ทำตามที่มีนี่ล่ะ...



I found recipe’ on the internet but I did not have all ingredient so I just cook with what I have :



วุ้นเส้นcellophane noodle

ข่า galangal

กระเทียม garlic

หอมใหญ่ onion

พริกไทย pepper

ผักชี cilantro

ถั่วฝักยาว green bean

เบคอน Bacon

กุ้ง(ปลอกเปลือก) Shrimp



ลงมือทำกันเลย:



แช่วุ้นเส้นในน้ำอุ่นให้นิ่ม ระหว่างรอวุ้นเส้นนิ่มก็หั่น ทุกอย่างใส่ในกะทะได้ หรือจะใครจะใช้หม้อ ใช้ภาชนะอะไรก็ได้ตามสะดวกเอาที่มีฝาปิดด้วยนะจ่ะ แล้วเอาข่า กระเทียม หอมใหญ่ ใส่กระทะ หั่นวุ้นเส้นพอไม่ให้ยาวตอนหม่ำๆๆๆ ใส่กะทะโปะลงบนเครื่องที่ใส่ไว้แล้ว โรยพริกไทย ผักชี ถั่วฝักยาว แล้วตามด้วยกุ้ง ใส่น้ำนิดนึง (กลัววุ้นเส้นไม่สุก..อิอิ) แล้วเปิดไฟ ปิดฝา จนได้กลิ่นหอม เปิดดู จะเห็นว่า วุ้นเส้นพองน่ากินมากๆๆ กุ้งสุกแต่ไม่ทั่ว โอ้ทคนด้านล่างขี้นมาแล้วปิดฝาอบอีก ประเดี๋ยว เปิดดู สุกทั่วกัน ตักเสริฟได้แล้วจ้า...หอมเครื่องเทศที่ใส่ไปมากมายเท่านี้ก็ได้กุ้งอบวุ้นเส้นไกลบ้านหม่ำแล้ว ปล.กุ้งไม่ได้หมักจะจืด(กุ้งโอ้ทจืด) แนะนำว่าก่อนอบหมักกุ้งกับซอสหรือน้ำปลาสักประเดี๋ยว 5-10 นาทีก่อนดีกว่าจ่ะ
Prepared: -Soke cellophane noodle in warm warter until soft and cut little bit -slice everything put in a pan or a pot (use the one with a lid) except cilantro. - add cellophane noodle do not stir -add cilantro and shrimp and a little water, cover with the lid and heat until smell - check if cellophane noodle and shrimp cook well, if not stir, cover and continue cooking until done


เมื่อเราไม่ท้อ ไม่ถอย ตั้งใจ และลงมือ อะไรก็สำเร็จได้สักวัน
แวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอให้มีความสุข และ มีความรักรอบๆ ตัวทุกคนค่ะ
If we never give up and begin doing, we will succeed. I wish everyone happiness and love, stay around.

เรื่องราว ข้อมูล บทความ ที่เขียนทั้งหมด ที่พื้นที่แห่งนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกเก็บไว้อ่านย้อนหลังเพราะไม่ได้เขียนใส่สมุดตั้งแต่มาอเมริกาและเพื่อง่ายต่อทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นชิวิตความเป็นอยู่ ทั้งเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส มิได้มีเจตนากระทบกระทั่งบุคคลใดขอขอบคุณเจ้าของบทความ งานเขียน และรวมถึงวิดีโอ ที่มีประโยชน์ได้นำมาอ้างอิงเผยแพร่ไว้ที่นี่ และยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทั้งด้วยความตั้งใจและบ้งเอิญค่ะ

Stories and articles in this blog are my experiences .I would like to share in public. Welcome everyone!

Since I moved to the USA I have not written in a book, I use this space to keep the memories of everything I do and everyone I meet and this makes it simple to update my family in Thailand also.

Thank you to all the writers and people educated in the media who I copied to share this blog