My photo
Newark, DE, United States
คนธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตราบเรียบ พูดมากหาสาระได้น้อยแต่ฮา แถมชอบพีมพัมกับตัวเองบ่อยๆๆ แต่ไม่ได้บ้านะจะบอกให้ เข้าใกล้ได้จ่ะไม่กัดแน่นอน!
A simple person ,like to talk and sometimes humble with myself. I am not crazy but funny.Do not worry to come close to me,I will not bite!
โอ้ทเป็นคนตัวเล็ก ๆ อวบ ๆ ที่ไม่มีสาระสักเท่าไร ชีวิติเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เชื่อในความคิดของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็รับฟังผู้อื่นด้วย เมื่อตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้านมาซะไกลมาก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยรู้ก็ได้รู้ ไม่เคยทำก็ได้ทำ เทคโนโลยีก้าวไกล ช่วยให้สามารถสื่อสารติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก รวมถึงระหว่างโอ้ทและพ่อ แม่ น้อง ๆ ด้วยเช่นกัน

เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง ตั้งแต่อยู่แผ่นดินบ้านเกิด จนย้ายมาไกลม๊ากมาก ด้วยเหตุที่หลงหนุ่มตาใสคุยกันคนภาษา คนละสัญชาติ เขียนไว้ให้ทางบ้านได้รู้ความเคลื่อนไหว เขียนไว้เป็นบันทีก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนไว้จะเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายๆ คนด้วยก็ดีใจ


โอ้ทไม่ได้เขียนเรียงตามวันนะค่ะ เหตุการณ์ก่อน-หลัง สลับกันไปมา เรื่องไหนภาพน้อยเขียนเร็ว เรื่องไหนภาพเยอะ เขียนแล้วเก็บไว้ใส่ภาพตามหลังทำให้ตีพิมพ์ช้าไป...ด้วยประการนี้ละจ้า



The stories in this blog are the true experiences of everyday life from a regular person, "Me". I have written since I lived in Thailand and have continued to write since that I moved away from Thailand and married a man who is totally different from myself in almost every way. I write the blog so I can share my everyday life with my family in Thailand and also to record my memories because nobody can bring back time that has passed but my writing can. If my writing can help anyone as reference information it is good.


My post do not in order by the date because I have pictures do not finish organizing so I wrote the stories and save as daft then will public when I added the photos so the stories with less photos always public first.

เมื่อเราไม่ท้อ ไม่ถอย ตั้งใจ และลงมือ อะไรก็สำเร็จได้สักวัน
แวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอให้มีความสุข และ มีความรักรอบๆ ตัวทุกคนค่ะ
If we never give up and begin doing, we will succeed. I wish everyone happiness and love, stay around.

เรื่องราว ข้อมูล บทความ ที่เขียนทั้งหมด ที่พื้นที่แห่งนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกเก็บไว้อ่านย้อนหลังเพราะไม่ได้เขียนใส่สมุดตั้งแต่มาอเมริกาและเพื่อง่ายต่อทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นชิวิตความเป็นอยู่ ทั้งเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส มิได้มีเจตนากระทบกระทั่งบุคคลใดขอขอบคุณเจ้าของบทความ งานเขียน และรวมถึงวิดีโอ ที่มีประโยชน์ได้นำมาอ้างอิงเผยแพร่ไว้ที่นี่ และยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทั้งด้วยความตั้งใจและบ้งเอิญค่ะ

Stories and articles in this blog are my experiences .I would like to share in public. Welcome everyone!

Since I moved to the USA I have not written in a book, I use this space to keep the memories of everything I do and everyone I meet and this makes it simple to update my family in Thailand also.

Thank you to all the writers and people educated in the media who I copied to share this blog

Friday, June 18, 2010

แต่งหน้า (แต่งแล้วเจงๆๆ)..Make up

วันศุกร์ที่ 18 มิ.ย 53... สืบเนื่องมาจากเมื่อวานพนักงานขายเครื่องสำอางค์ แมรีเค มาแนะนำที่บ้าน แล้วได้อุดหนุนมาสคราร่า กับครีมขัดล้างหน้ามาลองใช้ เพราะใช้แล้วเช็ดออกยังไม่รู้ว่าแพ้หรือเปล่า แต่อื่นๆๆ เมื่อแนะนำ สาธิตเสร็จต้องรีบล้างออกเลย หน้าคันยุบยิบ และมีผื่นขี้นเห็นๆๆ และได้ที่ทาตาฟรีมา 1 สี เป็นแบบปัด


Friday 18th June 10….Yesterday Mary kay lady came to demonstration cosmetic at my house . I invited Bim, Khag and Koi joined me. I am allergic so after demonstration done I cleaned my face right away because my face started to ich and spots were getting show up. I like Mary kay lady because she was nice and friendly so I bought her a mascrara and der…OH..I don’t remember the name. It is face scrub. I hope I can use it. I also got a free eye shadow, so this morning I put it on my eyes.




..เช้านี้เลยใช้ที่ทาตาของใหม่ซะเลย (จาก2 สัปดาห์ที่แล้วไปธนาคารเห็นเจ้าหน้าที่ทาเปลือกตาเป็นประกายเชียว ถามไถ่ได้ความว่าเป็นดินสอใช้ง่าย ไปดูร้านใกล้ๆๆมีขายแต่ยังไม่ได้ซื้อ วันนี้ได้ของฟรีมา




เพราะแพ้ง่ายของที่ใช้จะมีอยู่ไม่กี่อย่าง และต้องใช้เฉพาะที่เคยใช้ มาเมกานี่ก็ลองใช้หลายอย่างจนได้ที่ไม่แพ้ก็จะใช้ต่อไปเฉพาะตัวนั้นๆๆ

I keep use just products do not effect to my skin ..Lets see what are they?



แต่งหน้าสไตล์โอ้ทเองจ้า ธรรมชาติมากเลยใช่ปะ แค่นี้ก็งามแล้ววววววววววววววววววววววว....อิอิ

Make up my style…really natural…do you think?



Wednesday, June 16, 2010

ชอคโกแลต(คัพ)เค๊ก - Chocolate (cup) cake

15 มิ.ย53... อยากกินเค๊กมาหลายวันแล้ว วันนี้บ่ายๆๆ ลงมือเลย ส่วนผสม และ วิธีดูจากคัพเค๊กที่เคยทำ แต่คราวนี้เทใส่ถาดเดียว ผลปรากฎว่าอบตามเวลา 25 นาที ไม่สุกแหะ เอาส้อมจิ้มตรงกลาง ส่วนผสมยังเละอยู่เลย อบต่ออีก 15 นาที จิ้มดูอีกที เกือบแล้วอบต่ออีก 5 นาที ใช้ได้...
ระหว่างรออบ จัดการทำครีมโป๊ะหน้าเค๊ก แต่ดันใส่นมมากเกินไป(ส่วนผสมนี้ต้องตั้งเตาละลายก่อน) ตียังไงก็เป็นน้ำไม่เป็นครีม...ทิ้งน่ะซิ เสียของจริงๆๆ แล้วทำไงละที่นี่ หาๆๆๆๆ วิธีง่ายๆๆที่ไม่ต้องตั้งให้ร้อน ได้ล่ะ แต่ตียังไงน้ำตาลก็ไม่ละลาย ไม่รู้ว่าทำไม่ถูกหรือว่าตามสูตรเป็นแบบนี้ เพราะในหนังสือไม่ได้บอกไว้ ก็ทำครั้งแรกนี่นา ..เมื่อได้ครีมที่ไม่เป็นครีมตามคาด ก็จัดการ แกะเนื้อเค๊กที่อบ และ เย็นได้ที่ออกจากพิม วางในจาน แล้วราดครีมใส่ แหมดูไม่น่ากินเลยแหะ


โรยเม็ดน้ำตาลสีเข้าไปซิ...ว้าว น่ากินในบัดดล


หวานมากๆๆเลย แจกจ่ายเพื่อนๆๆ แบ่งๆๆกันไปชิมเพราะกินคนเดียวคงนานกว่าจะหมด ดารินกลับมาถึงบ้านเห็นเค๊กโอ้ทแล้วหัวเราะ



ปล.กินตอนแช่เย็นอร่อยกว่าจ้า

Recipe’ chocolate cupcake but I pour all in one pan.
ส่วนผสมเหมือนช้อคฯคัพเค๊ก แต่เทใส่ถาดเดียว
- 2 cups all purpose flour
- 2 cups sugar
- ½ teaspoon baking powder
- 1 teaspoon baking soda
- ½ cup shortening
- ¾ cup water
- 2 large eggs
- ¾ cup milk
- -1 teaspoon vanilla
- 4 ounces melted unsweetened baking chocolate

1. Preheat oven to 350 degrees. Greased and floured a pan.
2. Combine all ingredients into large mixing bowl. Mix at low speed for 30 seconds,and scrape bowl. Mix at high speed for 3 minutes.
3. Fill in a baking pan bake 20 to 25 minutes or until tooth pick inserted in comes out clean.
4. Cool 10 minutes in pan then remove from pan and place on wire rack to cool completely
5. Frost.

วิธีทำครีมราดตามภาพ
1. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย (ถ้าไม่ชอบหวานให้ลดปริมาณ)
2. นม 2 ช้อนโต๊ะ
3. เนย 2/3 ถ้วย
4. วนิลา ¾ ช้อนชา
5. ช้อคโกแลตละลาย 2 ออนซ์ (โอ้ทไม่ได้ใส่)
ตีส่วนผสมทุกอย่างด้วยกันจนเป็นครีม นิ่ม (โอ้ทตีเป็นครีมแต่น้ำตาลละลายไม่หมด ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนี้ หรือว่าทำผิด ออกมาตามภาพ)

Thursday, June 10, 2010

น้ำพริก'โอ้ท" ...Nam prik Oath

วันพุธที่ 9 มิ.ย 53...มากินน้ำพริกกัน (จะว่าใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่น่ะค่ะ เพราะไม่ได้ตำ แต่ผัดในกะทะ) อยากกินน้ำพริกอ่องแต่ทำไม่เป็น เลยได้น้ำพริก”โอ้ท” แ ทนค่ะ ทำง่ายเหมือนเคยเพราะยากๆๆ ทำไม่เป็นค่ะ
น้ำมันใส่กะทะ ผัดหมูเกือบสุก ใส่พริกแกงแดง อย่าลืมเติมพริกตำกระเทียมด้วยนะจ่ะ ผัดหอมๆ นิดนึงแล้วใส่มะเขือเทศบดกระป๋อง (เจ้านี้ซื้อมาผิดตอนทำลาซานยา นึกว่าเหมือนกันไม่ได้อ่าน ปรากฎว่าข้างป๋องเขียนว่า tomato paste แต่จะซื้อ tomato sauce เลยเอามาลองผัดน้ำพริกซะ) ใส่พริกหยวกหั่นเหลี่ยม แครอทหั่นเหลี่ยม ผัดๆๆๆๆ เติมซีอิ้วขาว น้ำตาล ถ้าข้นไป เติมน้ำค่ะ ลดไฟอ่อนๆๆ ปิดฝาไว้แป้บนึง พอให้แครอทสุก กินกับคะน้าต้ม ข้าวร้อนๆๆ อาหย่อยๆๆๆๆ



I wanted to eat chilli paste call “Nam prik Ong” but I do not know how to make it, so I made my style . I call this chilli paste “Nam prik Oath”. Yes, it came from a person who made== ME…LOL

Prepared:
Ground pork
Red curry paste (I also added smash chilli and onion a little to make stronger taste)
Cut square carrot
Cut square pepper
Soy sauce or fish sauce
Sugar
Water
Tomato paste
Oil

Cook:

Heat oil in a pan and simmer ground pork, added red curry paste and stir until smell, added carrot,pepper,tomato paste and seasoning with soy sauce or fish sauce and sugar.
Cover with a lid for few minutes or until carrot cook and ready to serve.




Tuesday, June 1, 2010

ปูเสื่อนั่งหลังบ้าน วันสบาย...Relaxing on a mat



วันอาทิตย์ 31 พ.ค. 53.. ตื่นกันเกือบจะเที่ยงแล้ว ขี้เกียจทำอาหารเลยชวนดารินไปหม่ำๆๆ ที่ร้านเพอคิ้น ใกล้ๆๆ ขากลับแวะซื้อหินมาเพิ่มสำหรับทำสวนน้อยต่อ (อ่อ ก่อนไปเคลือบสีรถไว้ด้วย) ถึงบ้าน แดดแรงมาก แต่ก็ต้องเช็ดๆๆ ครีมที่เคลือบรถไว้แต่ช้าไปแล้ว แห้งมาก เช็ดยากๆๆๆๆ อยู่เกือบ หรือ ถึงชั่วโมงไม่แน่ใจ ได้ไม่ถึงครึ่งคัน ไม่ไหว ร้อนๆๆๆ ไปปูเสื่อนั่งเล่นหลังบ้านดีกว่า ลมร้อนโชยๆๆ สักพักก็เย็นขึ้น อยู่ในบ้านก็หนาวเพราะดารินเปิดแอร์เย็นซะยิ่งกว่าฉ่ำซะอีก นั่งเล่นไป ถักหมวกไป เห็นอะไรก็อยากถ่ายรูปไปหมด เลยได้ภาพมาเล่าเรื่องสบายๆๆ หลังบ้านสู่กันจ้า ต้นไม้ใหญ่ค่ะ ยอดไม้ เหมือนดอกพุทธเน่อะ นั่งอยู่ที่ระเบียงแล้วซูมค่ะ ขี้เกียจเดินTongue out
Sunday 31st May 2010..I got  up almost noon and lazy to cook so I asked  Mr. to go eat at Perkins. On the way back home we stopped at the garden shop bought stone for  the garden.
I put the wax on the cars before we went out. I had a hard time to wipe off wax because the Sun  dry it. I gave up because almost half an hour it still not half the car yet. I moved to the deck in the back with a mat. In the house was cold because Mr. turn on the air condition so cool.  I sat on a mat do crochet and look at around. I wanted to take photos of everything then not just thought but I did..haha







บ้านนกน้อย ถึงจะพุแต่ก็ยังกันแดดกันฝนได้
My bird house. It is old but still cute.




เคี้ยวถั่วไปด้วย นั่งชมนก ชมไม้สบายใจ
My snack...nuts







ดื่มน้ำส้มเย็นๆๆ จะได้ไม่ติดคอด้วยจ้า
orange juce





กิ่งกุหลาบพันปีที่พันอยู่กับต้นไลแลค ระย้าย้อยลงมา




แมลงตอมกุหลาบขาว ..เอ หรือว่าม่องไปแล้วหว่า





อีกดอก...ที่เห็นตกในกลีบไม่ใช่แมลงนะค่ะ เปลือกเมล็ดทานตะวันที่นกมาหม่ำทิ้งไว้ตะหาก




แม่สาวเซ็ก เอ็กซ์ ก็อวดโฉมอยู่ตรงนี้ไม่ใส่ใจสายตาหนุ่มเอาซะเลย


หนุ่มเจ้าชู้จมูกหักยังคงเจ้าชู้เหมือนเดิม สักวันจะพาหนุ่มหน้ามนใหม่มาเทียบรุ่น
นกเขาคู่รัก (คู่เดิมละป่าวน๊า) มาจู๋จี๋กันอีกแล้ว




เจ้านี้ขี่อีกตัวนะเนี่ย เขินๆๆๆ


แย่ละ เขารู้ตัวแล้ว..! ทำไงดีๆๆๆ หลบๆๆๆ






ยอดหญ้าที่สนามสะท้อนแสงแดดสวยเชียว



เป็นไงค่ะวันสบายๆๆ ของโอ้ท..อิจฉากันละซิ
 
This was my relaxing day.

2 ปีเต็มที่อยู่ไกลบ้าน..2 years away from home

1 มิ.ย 53...วันนี้ครบ 2 ปีเต็มพอดิบพอดีที่มาเหยียบ และอาศัยบนแผ่นดินเกิดของสามี ถ้าจะให้เต็มเปะๆๆ คงต้องรอเวลาค่ำละน่ะ เพราะวันที่มาถึงพระอาทิตย์ตกไปแล้ว มาถึงบ้านนี้ก็ประทับใจสิ่งแรกที่เห็นหน้าหมู่บ้าน ต้นไม้เขียวเหมือนเขาใหญ่

1 June 2010... Today was the 2 years I live in the USA. I remembered at first day my husband turned into the development, I was impressed because they were look similar the National Park in Thailand. I love the tree.




เมื่อมาถึงบ้านเห็นสิ่งประทับใจที่สองอีก มีกระต่ายน้อยที่สนามหน้าบ้าน และบ้านสีฟ้าหลังน้อยน่ารัก

When we got home, there were the 2nd impress. There was a rabbit in the yard. We did not see animals in the villange , town and city in Thailand. The blue house felt warm at 1st stepped into it.




2 ปี ได้เรียนรู้อะไร หลายๆๆอย่าง ทุกอย่างต้องทำเองทั้งหมด เป็นแม่บ้านเต็มตัว อาหารไม่ชอบทำ ไม่เคยทำก็ทำได้หลายอย่าง อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้างก็กินกันไป เน้นอาหารไทย อาหารฝรั่งทำเป็นไม่กี่อย่าง พิซซ่า สเต๊ก สปาเก็ตตี้ วันไหนอยากทำขนมอบ ก็ทำกินไม่ได้ก็ทิ้ง นึกอยากทำอีกก็ทำใหม่แก้มือ และในที่สุดก็ทำสำเร็จ เคยทำงานพาร์ทไทม์ เช็ดกระจกอยู่ 3 สัปดาห์ ทำความสะอาดห้องใต้ดินให้ป้าคนไทย อยู่ 3 -4 วัน จำไม่ได้ แล้วตัดกิ่งไม้ให้ป้าอีกวัน ทุกวันนี้ยังไม่มีงานทำ เพราะเลือกงานที่ทำตอนกลางวัน เหตุว่าเป็นเวลาที่ดารินไปทำงานนั่นเอง เวลาที่ดารินอยู่บ้าน ก็อยากจะอยู่บ้านด้วย วันหยุดก็อยากมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่อยากต่างคนต่างไป ทำงานจนไม่มีเวลาให้กัน

2 years , I learned many things and I can do many things which never done in Thailand. I am a completly housewife. I do not like cooking but I must cook. I worked as a job I did not think will work in Thailand.



สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการทำสวน ปลูกต้นไม้ ทึ่งตัวเองที่ทำได้ขนาดนี้ ปีนี้ปีที่ 2 ค่อยเห็นเป็นรูปเป็นร่างขี้นมาหน่อย ทำอย่างละนิดละหน่อยเมื่อไรก็เมื่อนั้นล่ะ จะได้มีสวน ดอกไม้ออกดอกให้เห็นตลอดฤดูกาลที่ไม่มีหิมะ

I can do gardening by myself and always do other things to make myself busy such as sewing, knitting , crocheting, pottery and photography. They are new things for me to learn.

I knew more about photography and everytime I see my improve on the photos I took that make me really fun and excited .



แต่ละวันหาอะไรทำให้ยุ่งเข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นเย็บผ้า นิตติ้ง โครเชท์ งานปั้น และ ถ่ายรูป ซึ่งตอนนี้บ้ามากๆๆ เพราะมีความรู้ในการถ่ายรูปเพิ่มขึ้น ยิ่งสนุกกับการถ่ายภาพมากขี้น อยากให้ภาพตัวเองออกมาสวยๆๆ และทุกครั้งเมื่อเห็นการพัฒนาของตัวยิ่งตื่นเต้น



การปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลของที่นี่ ยังไงๆๆ ฤดูหนาวก็คงยังไม่ชอบอยู่ดี เป็นฤดูที่แย่ที่สุด หนาวสั่น จะแข็งให้ได้ ถ้าไม่จำเป็นอย่าได้หวังจะก้าวเท้าออกจากบ้านเลย มีอยู่วันนึงยืนถ่ายรูปอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน เพื่อนบ้านเดินมาทัก ถามว่าไม่เห็นหลายเดือนนึกว่ากลับไทยไปซะแล้ว...เป็นเวลาที่ดารินกลับมาพอดี ดารินตอบไปว่า ชีอยู่แต่ในบ้านนะซิ ฤดูหนาวๆๆๆ แบบนี้ขอเป็นฤษีเฝ้าถ้ำดีที่สุด

I can adjust with  the weather better even still do not like cold. Snow is beautiful but if I can choose , I preferred no snow better. I kept myself inside the house whold winter so neighbor thought I went back to Thailand...LOL


ไปไหนมาไหนสะดวกมากขี้น แต่ก็ยังไม่รู้จักถนนหนทางดีมากนัก แล้วก็ไม่คิดอยากจะไปไหนด้วย เพราะแต่ละที่ไม่ได้น่าเดิน น่าเที่ยวเหมือนที่บ้านเอาซะเลย ไปก็ต้องตั้งใจไปซื้อ สรุปแล้วอยู่บ้านดีที่สุด เพื่อนคนไทยพอมีบ้าง แต่ทุกคนทำงาน นานๆๆ จะนัดปาร์ตี้กันสัก่ครั้ง มีเพืื่อนคนไทยที่มาเรียนต่อ ไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ ว่างเมื่อไรก็จะพากันไปเที่ยวตามประสาคนชอบเปิดหูเปิดตา

I knew more direction around my place and have more confident to go but I do not feel like to go out much same as in Thailand because I felt does not fun as same.



เรื่องภาษาก็พอสื่อสารได้ดีขี้น คนเข้าใจมากขี้น ฟังเข้าใจมากขี้น แต่ก็ยังไม่เลิกที่จะเรียน ทุกวันนี้ก็ยังเรียนอยู่ตอนเย็น สัปดาห์ละ 2 วัน และยังหากลุ่มที่สนใจเข้าร่วมเผื่อฝึกการพูด การฟังจากชีวิตจริงๆๆ ที่ไม่ใช่ในห้องเรียนไปในตัว

My English is better. People understand me and I understand them but still need to learn and I am learning 2 days a week.



ความเป็นอยู่ของตัวเองเรียบง่าย ไม่หวือหวา อาจเป็นเพราะดารินเป็นคนเรียบง่าย แต่ดีที่ชอบความสะดวกสบาย ที่บ้านจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนๆ กับที่ทั่วๆ ไปเขามีกัน จะว่าไปแล้วก็มีความสุขตามอัตภาพ ไม่แข่งกับใคร ไม่อยากได้อะไรเกินตัว ไม่คิดอยากจะมี อะไรที่มีอยู่แล้ว ดีอยู่ก็ไม่คิดดิ้นรนต้องเปลี่ยนให้ดีขี้น หรือแข่งขันกับสังคม ความที่ไม่เข้าใจกัน ก็เข้าใจกัน ยอมรับกันได้มากขึ้น อะไรที่เคยคิดๆๆๆ ว่าทำไม ไม่อย่างนี้น่ะ ไม่อย่างนั้นน่ะ ก็เลิกคิด จะคิดไปทำไม อยู่ไปแต่ละวัน ทำแต่ละวันให้ดีที่สุด ให้มีความสุขตามอัตภาพดีกว่า ชีวิตเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้

My life is simple and easy. I do not compare and competition with anyone. I satified in what I am  and what I have.

ปีนี้เรามีสมาชิกเพิ่มมาอีก 1 ตัว มังกี้ จากปีที่แล้ว เฮอร์เบิร์ท และลุงเฟรด อยู่กันไป 2 คน กับ 3 ตัว

This year we have a new member " Monkey " . He is a mixed breed cat  but naughty as a Monkey, that was the name from.



ทางบ้านที่ไทยก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ทุกคนสบายดี โทรฯคุยกันบ้าง พ่อโทรมาบ้าง โทรหาแม่บ้าง โทรคุยกับน้องบ้าง น้องโทรมาบ้าง อีเมล์หากันบ้าง ยุคสมัยเทคโนโลยีนี่ช่วยย่นระยะทางได้เยอะทีเดียว

My family in Thailand are good so notthing to worry about. I called them sometimes and contact by email . Technology short the world.



หนทางข้างหน้ายังอีก===========================================>ยาวไกล

It is still long way to go.