Photo took @ Nigara Falls July 1,2011


เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง ตั้งแต่อยู่แผ่นดินบ้านเกิด จนย้ายมาไกลม๊ากมาก ด้วยเหตุที่หลงหนุ่มตาใสคุยกันคนภาษา คนละสัญชาติ เขียนไว้ให้ทางบ้านได้รู้ความเคลื่อนไหว เขียนไว้เป็นบันทีก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนไว้จะเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายๆ คนด้วยก็ดีใจ


โอ้ทไม่ได้เขียนเรียงตามวันนะค่ะ เหตุการณ์ก่อน-หลัง สลับกันไปมา เรื่องไหนภาพน้อยเขียนเร็ว เรื่องไหนภาพเยอะ เขียนแล้วเก็บไว้ใส่ภาพตามหลังทำให้ตีพิมพ์ช้าไป...ด้วยประการนี้ละจ้า



The stories in this blog are the true experiences of everyday life from a regular person, "Me". I have written since I lived in Thailand and have continued to write since that I moved away from Thailand and married a man who is totally different from myself in almost every way. I write the blog so I can share my everyday life with my family in Thailand and also to record my memories because nobody can bring back time that has passed but my writing can. If my writing can help anyone as reference information it is good.


My post do not in order by the date because I have pictures do not finish organizing so I wrote the stories and save as daft then will public when I added the photos so the stories with less photos always public first.

Thursday, September 24, 2009

น้ำนมถั่วเขียวพิษ...อู้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ Milk poison

เหตุเกิดเมื่อวานคืนวานนี้เองหมาดๆ (23 ก.ย.52) ขอเล่าอย่างละเอียด เพื่อเห็นภาพกันช้าดดดดดดดดดดดดดดชัด

...สาเหตุเนื่องมาจากอยากกินน้ำเต้าหู้ ต้มจากนมถั่วเหลือง ได้สูตรมาจากเพื่อนในเนตทำง่ายๆ เลยจัดการทำซะแต่ว่าใช้ถั่วเขียวแทน เพราะมีอยู่เยอะ น่าจะทำได้เหมือนกัน แช่ค้างคืนนึง เช้าปั่นละเอียด บิดน้ำ ต้มใส่น้ำตาล หอมกรุ่น ชิมไป 1 ช้อน ใช้ได้ จากนั้น กินมื้อเย็นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อิ่มหนำได้สักประเดี๋ยว ลุกจะไปล้างจาน..โอ้ยๆๆๆ ปวดท้อง วิ่งจู้ดๆๆๆ เข้าห้องน้ำ แต่ว่ามันตุ่ยๆ เอหรือว่าปวดรอบเดือนหว่า เพราะมีพอดี เข้าห้องน้ำ ถักนิตติ้งสบายใจตามปกติ แต่ทำไม ท้องไส้มันปั่นป่วน บิดๆๆๆ แสบๆๆๆ เหมือนอาหารเป็นพิษเลย ชักไม่ไหว เริ่มหน้ามืด ท้องก็ปวด บิดๆๆๆ เอาละซิ...กินอะไรผิดสำแดงอีกแน่ๆ เรา นึกๆๆๆๆ ก็ไม่มีอะไรนี่นา อาหารทุกอย่างทำใหม่ ทำเอง สุกๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว เรียกดารินขอน้ำ 1 ขวด พร้อมดมยาไปด้วย โอ้ยๆๆๆๆ ปวดท้อง มากๆๆๆๆ จะออกก็ไม่ออก....Sad มีอย่างเดียวแหละ ที่พิศดาร ต้มน้ำนมถั่วเขียว หลังจากดารินเอาน้ำมาให้ ดื่มๆๆๆๆๆ และดมยาอยู่ ถักนิตติ้งไปด้วย (ยังพอไหว) แต่ปวดๆๆๆ บิดๆๆๆ โอ้ยๆๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว...เฮ้อ! ออกซะที ค่อยยังชั่ว นั่งอยู่ในห้องสุขาสวรรค์ เกือบครึ่งชั่วโมง แสนยาวนาน ออกมายังไม่แน่ใจ ไปดื่มนมถั่วเขียวต้มเอง อีก 1 แก้ว เท่านั้นล่ะ ได้เรื่องทันตา วิ่งจู้ดๆๆๆ ขึ้นบ้าน คราวนี้ ปวดมากกว่าเก่า โอ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กว่าจะออกมาแทบจะกองลงไปนอนบนพื้น ...................ป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ได้การณ์ ต้องลงไปจัดการเททิ้งให้หมดไม่ให้เหลือซาก แบบนี้ พิษชัดๆๆๆๆๆ



จะสมเพศ หรือ สมน้ำหน้าตัวเองดีเนี่ย อุตริ ต้มน้ำนมถั่วเขียว ทำร้ายตัวเอง แต่แปลกๆๆๆๆ ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้ขนาดนี้ เข็ดๆๆๆๆ ไม่อาววววววววววว อีกแว้ววววววววววววววConfused
It happenned last night (23rd Sep 09)....
I found the recipe' very easy to make soy milk but I did not use soy bean. I use the green bean (when grow up to be bean sprout) . I soak bean over night, blend and sqeeze for water then boil with sugar. The milk came out really good, so I tasted a spoon before supper and every thing fine. After meal about half an hour, I had stomachace so bad , then I thought which food cause for my sick. Eevery food I cooked new and notthing bad , so milk was the strange because I never had before. I still did not sure then drank one more glass and suddently....ewwww! my stomachace so badly. I spent long time in bahtroom.............OMG! I dump a pot of milk last night. It was poison milk.



เป็นผลดีเพราะเพลียทำให้นอนเร็ว ตื่นมาตี 4 นอนไม่หลับแล้วงานนี้ ทำไรดี ...คิดถึงผ้ากองโตหน้าร้อนหมดแล้ว เอ้า รีดผ้านี่ล่ะ จนเสร็จก่อนเวลาไปเทียวสวนดอกไม้ ในที่สุดผ้าที่หมักหมมไว้ตลอดฤดูร้อนก็เคลียร์หมดภายใน 4 ชั่วโมงWink

This sick made me went to bed earlier than usual and made me got up too early. I can not get back sleep because my eyes open, so I did ironing finished in 4 hours. Yeah! I finished all clothes did not do all summer .

No comments: