Photo took @ Nigara Falls July 1,2011


เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง ตั้งแต่อยู่แผ่นดินบ้านเกิด จนย้ายมาไกลม๊ากมาก ด้วยเหตุที่หลงหนุ่มตาใสคุยกันคนภาษา คนละสัญชาติ เขียนไว้ให้ทางบ้านได้รู้ความเคลื่อนไหว เขียนไว้เป็นบันทีก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนไว้จะเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายๆ คนด้วยก็ดีใจ


โอ้ทไม่ได้เขียนเรียงตามวันนะค่ะ เหตุการณ์ก่อน-หลัง สลับกันไปมา เรื่องไหนภาพน้อยเขียนเร็ว เรื่องไหนภาพเยอะ เขียนแล้วเก็บไว้ใส่ภาพตามหลังทำให้ตีพิมพ์ช้าไป...ด้วยประการนี้ละจ้า



The stories in this blog are the true experiences of everyday life from a regular person, "Me". I have written since I lived in Thailand and have continued to write since that I moved away from Thailand and married a man who is totally different from myself in almost every way. I write the blog so I can share my everyday life with my family in Thailand and also to record my memories because nobody can bring back time that has passed but my writing can. If my writing can help anyone as reference information it is good.


My post do not in order by the date because I have pictures do not finish organizing so I wrote the stories and save as daft then will public when I added the photos so the stories with less photos always public first.

Saturday, September 19, 2009

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบัลติมอร์19 ก.ย. 52 2009 Baltimore Aquarium 19th Sep 09

วันนี้ต้องไปรับสมาชิกใหม่มาบ้านที่บัลติมอร์บ่าย 2 โมง ดารินจะพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก่อน ออกจากบ้านกันแต่ 10 โมงเช้า สมาชิกร่วมเดินทางมี โอ้ท ดาริน และ บิ๋ม นกทำงาน อดไปเหมือนเคย ใช้เวลาเดินทางประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ตื่นเต้นจังเพราะนานๆ จะได้เข้าเมืองใหญ่(กว่าที่อยู่) มีตึกใหญ่ๆ สวยๆ ถนนกว้างๆ






อากาศวันนี้มีแดดบางๆ และเย็น ต้องใส่เสื้อแจ๊คเก็ตช่วยอุ่นขึ้นนิดแต่ยังไม่เย็นถึงเสื้อโค้ท ดารินก็เป็นไกด์พาไปเหมือนเดิม เดินดุ่มๆๆ ไม่สนใจคนด้านหลัง เรา 2 สาวก็ถ่ายรูปกันไปอย่างไม่สนใจผู้นำเหมือนกัน...อิอิ ด้านในจะมืด คนเยอะมากๆวันนี้ อาคารเตี้ยๆ ทำให้โอ้ทรู้สึกหายใจไม่สะดวก ออกซิเจนภายในคงไม่พอกับจำนวนผู้คนที่แออัด ปวดหัวข้างขวาหนึบๆ แต่ดีที่มียาหม่องสมุนไพรไทยติดตัวประจำ ช่วยบรรเทาได้ ทีนี่ไม่มีอุโมงค์กระจกเหมือนที่จอร์เจีย แต่มีสระรอบๆ เดินขึ้นไป 2-3 ชั้น เห็นรอบตลอด และมีอ่างลักษณะเหมือนถังน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางบริเวณอาคารที่เดินเทียว (คิดว่ากลางน่ะ) เราใช้เวลาเดินถึงเกือบบ่าย 2 โมง ออกจากพิพิธภัณฑ์เพราะต้องไปรับน้องเหมียว




อ่อ! ลืมบอกไปว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ติดมหาสมุทร มีเรือลำใหญ่จอดโชว์ด้วยแต่โอ้ทไม่ได้ไปอ่านชื่อว่าเรืออะไร ชอบเที่ยว ชอบให้คนเล่า แต่ไม่ชอบอ่าน เป็นไกด์ที่ไม่ได้เรื่องเลยเนาะ...อิอิ มีเรือรบจอดอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ด้วยตอนแรกนึกว่าให้ขึ้นไปได้เลย แต่ที่ไหนได้ต้องซิ้อตั๋วต่างหาก ไม่เป็นไร ถ่ายรูปข้างๆ ก็ได้




ตึกสูงๆ ไม่น่าเชื่อว่ามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง แต่มองในกล้องเห็นเป็นเส้นยาวๆ ขวางตึก แต่กดชัตเตอร์ปุ้บกลายเป็นจุดไฟขาวๆ สะท้อนกับกระจกบนตึกเท่านั้น แปลกดี


ระหว่าง 2 สาวเดินผลัดกันถ่ายรูป มีหญิง-ชายคู่หนี่งเดินผ่านมา ใจดีอาสาถ่ายรูปคู่ให้เรา เพื่อการไม่เสียมารยาท ไม่ปฎิเสธค่ะ...อิอิ แต่ที่นี่คนมีน้ำใจมีเยอะ เพราะตอนไปเทียวห้างฯ คิงส์ออฟปรัสเซียที่ฟิลาเดลเฟียก็มีคนอาสาถ่ายรูปให้ด้วย คงเห็นมากัน 2 คน แล้วถ่ายคู่กันไม่ได้






ด้วยความที่โอ้ทเป็นช่างภาพมือฉมัง (แต่ไม่ฉเม้ง)จับให้น้องบิ๋มกะดารินถ่ายรูปคู่กันซะเลย ใครแฟนใครไม่ว่ากันจ้า




โดยเฉพาะบิ๋ม อยู่ด้วยกันตลอด โอ้ทก็กดชัตเตอร์ถ่ายน้องสนุกไปเลย บิ๋มบอกว่าใครมากะพี่โอ้ทนี่ต้องเป็นนางแบบทุกคนเลยใช่ไหมเนี่ย...อิอิ แต่น้องก็ชอบใจเพราะถ่ายรูปออกมาดูน่ารักดี เสียอย่างเดียว น้องถ่ายให้ไม่ถูกใจพี่เนาะ...น้องบอกว่าขอเก็บตังค์ซื้อกล้องดีๆ ก่อนแล้วพี่สอนนู๋น่ะ จะจ้าดดดดดดดดดให้ค่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


2 คนถามไถ่เวลา ดูนาฬิกาไฮเทคของน้องบิ๋ม (น่าตาเป็นไง ไม่รู้เพราไม่ได้ดูด้วยอะ ลืม!)


ได้ตั๋วล่ะ แต่เหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงหาไรหม่ำก่อน




2เสียงร้านแม๊กซิกัน 1เสียง(แพ้)อาหารเอเชีย


ได้น้ำปลาหน่อยก็ดีน่ะเนี่ย




ถึงบ้านจัดกระเพราไก่ไข่ดาวปลอบใจ




ขาไปเข้าอาคารจอดรถก่อน




ขากลับจ่ายค่าจอดก่อนไปเอารถ ที่ตู้อัตโนมัติ


ใส่บัตรจอดรถ




ใส่เงิน




รับสลิป



รูปเยอะแยะมากมาย ถ้ามีเวลาคลิ๊กดูรูปเพิ่มเติมที่นี่ได้น่ะจ่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมที่บล๊อกแห่งนี้ด้วย ต้อนรับเสมอ ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทริปก่อนยังไม่ได้เล่าเลย เอาทริปสดๆ มาเล่าก่อนละกัน ติดค้างกันไว้สักหลายวันหน่อยเพราะต้องเล่ายาววววววววววววววววว

No comments: