My photo
Newark, DE, United States
คนธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตราบเรียบ พูดมากหาสาระได้น้อยแต่ฮา แถมชอบพีมพัมกับตัวเองบ่อยๆๆ แต่ไม่ได้บ้านะจะบอกให้ เข้าใกล้ได้จ่ะไม่กัดแน่นอน!
A simple person ,like to talk and sometimes humble with myself. I am not crazy but funny.Do not worry to come close to me,I will not bite!
โอ้ทเป็นคนตัวเล็ก ๆ อวบ ๆ ที่ไม่มีสาระสักเท่าไร ชีวิติเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เชื่อในความคิดของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็รับฟังผู้อื่นด้วย เมื่อตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้านมาซะไกลมาก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยรู้ก็ได้รู้ ไม่เคยทำก็ได้ทำ เทคโนโลยีก้าวไกล ช่วยให้สามารถสื่อสารติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก รวมถึงระหว่างโอ้ทและพ่อ แม่ น้อง ๆ ด้วยเช่นกัน

เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง ตั้งแต่อยู่แผ่นดินบ้านเกิด จนย้ายมาไกลม๊ากมาก ด้วยเหตุที่หลงหนุ่มตาใสคุยกันคนภาษา คนละสัญชาติ เขียนไว้ให้ทางบ้านได้รู้ความเคลื่อนไหว เขียนไว้เป็นบันทีก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนไว้จะเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายๆ คนด้วยก็ดีใจ


โอ้ทไม่ได้เขียนเรียงตามวันนะค่ะ เหตุการณ์ก่อน-หลัง สลับกันไปมา เรื่องไหนภาพน้อยเขียนเร็ว เรื่องไหนภาพเยอะ เขียนแล้วเก็บไว้ใส่ภาพตามหลังทำให้ตีพิมพ์ช้าไป...ด้วยประการนี้ละจ้า



The stories in this blog are the true experiences of everyday life from a regular person, "Me". I have written since I lived in Thailand and have continued to write since that I moved away from Thailand and married a man who is totally different from myself in almost every way. I write the blog so I can share my everyday life with my family in Thailand and also to record my memories because nobody can bring back time that has passed but my writing can. If my writing can help anyone as reference information it is good.


My post do not in order by the date because I have pictures do not finish organizing so I wrote the stories and save as daft then will public when I added the photos so the stories with less photos always public first.

เมื่อเราไม่ท้อ ไม่ถอย ตั้งใจ และลงมือ อะไรก็สำเร็จได้สักวัน
แวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอให้มีความสุข และ มีความรักรอบๆ ตัวทุกคนค่ะ
If we never give up and begin doing, we will succeed. I wish everyone happiness and love, stay around.

เรื่องราว ข้อมูล บทความ ที่เขียนทั้งหมด ที่พื้นที่แห่งนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกเก็บไว้อ่านย้อนหลังเพราะไม่ได้เขียนใส่สมุดตั้งแต่มาอเมริกาและเพื่อง่ายต่อทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นชิวิตความเป็นอยู่ ทั้งเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส มิได้มีเจตนากระทบกระทั่งบุคคลใดขอขอบคุณเจ้าของบทความ งานเขียน และรวมถึงวิดีโอ ที่มีประโยชน์ได้นำมาอ้างอิงเผยแพร่ไว้ที่นี่ และยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทั้งด้วยความตั้งใจและบ้งเอิญค่ะ

Stories and articles in this blog are my experiences .I would like to share in public. Welcome everyone!

Since I moved to the USA I have not written in a book, I use this space to keep the memories of everything I do and everyone I meet and this makes it simple to update my family in Thailand also.

Thank you to all the writers and people educated in the media who I copied to share this blog

Friday, April 5, 2013

ไปถ่ายรูปดอกซากุระที่ดีซี Cherry blossom in D.C....?

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2555...ด้วยความตั้งใจไปถ่ายรูปดอกซากุระที่ดีซี สองสาว พี่ดา กับโอ้ท เตรียมอุปกรณ์ เตรียมเสบียง เตรียมตัว เตรียมใจ พร้อม ต้องได้ภาพดอกซากุระสวยๆ กลับมาเยอะแยะเชียว แต่ปรากฎว่าเมื่อไปถึง ทำไมมีแต่ต้นไม้ ใบเขียวๆล่ะ ดอกร่วงเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ? 

วนหาที่จอดรถกันเรียบร้อยแล้ว สองเท้า สองสาว(สวย) ย่ำกันไป ถามคนละแวกนั้นได้ความว่า เมื่อสองวันก่อนเราจะมา มีลมพัดแรงมาก พัดดอกซากุระไปหมด  ภาพที่เราถ่ายมาได้ด้วยความลำบาก เพราะมีหลงเหลือติดต้นอยู่เพียงน้อยนิด ต้องใช้วิชานินจา แหงนหน้าจนคอเคล็ด เลนส์ซูมได้แค่ไหน จัดไปเต็มสตรีมกันทีเดียว  แต่เราสองคนก็ยังคงสนุก เพราะแม้มีดอกซากุระให้เก็บภาพเพียงน้อยนิด เรายังมีนางแบบติดตัวไปด้วยตั้งสองคน...ฮ่าฮ่า หันมาถ่ายกันเองซะเลย มากันไกลแล้วนี่นะ

เมื่อเดินถ่ายรูปกันได้เวลาที่จอดรถไว้ ต้องกลับล่ะนะ เดินไป ถ่ายรูปกันไปตลอดทางกลับอีก และแล้วก็ต้อง อี้ง งง! อ้าว ทำไมมีใบสั่ง ปรับจอดเกินเวลามาเสียบไว้ล่ะ (อ่อ ลืมเล่าว่ามีรถเราจอดอยู่คันเดียว ในขณะตอนที่มาจอดอยู่เป็นพรืด)  สองคนอ่า นป้ายอนุญาตให้จอดกันอีกรอบ ป้ายบอกว่า " จอดได้ 3 ชั่วโมง ในเวลาระหว่าง 10.00-16.00" ไอหยา! เรามากลับมา 18.30 ก็อ่านป้ายไม่หมดเอง โธ่ ถ้ารู้่ว่าจะโดนใบสั่งไม่รีบมาก็ดีเน่อะ ไหนๆๆก็ไหนๆๆ (คิด) ค่าสะเพร่าครั้งนี้ 100ดอลล่าร์

วันที่ 24 เมษายน 2555...หลังจากไปงานประจำปีขององค์กรที่เรียนภาษาอังกฤษ กลับถึงบ้าน เช็คตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน จดหมายถึงมิสเตอร์หลายซองเชียว  มิสเตอร์เปิดซองแรกหลังจากที่โอ้ทยื่นให้

มิสเตอร์: ยูโดนใบสั่งอีกแล้ว ที่ดีซี
โอ้ท : หา! อะไรอีกล่ะ ก็ยูจ่ายค่าปรับให้แล้วไม่ใช่เหรอ

มิสเตอร์: นี่ไงดูซิ (จดหมายมีภาพถ่ายรถ พร้อมขยายทะเบียนรถมาชัดเจน 3 ภาพ)
โอ้ท: ฝ่าไฟแดงเหรอ?

มิสเตอร์ : ความเร็ว
โอ้ท : ไอขับตามรถคันอื่นนะ

มิสเตอร์: คันอื่นก็คงได้รับจดหมายเหมือนกันมั้ง
โอ้ท : เกินเท่าไรล่ะ?

มิสเตอร์ : กำหนด 25ไมล์/ชั่วโมง ยูขับ 39ไมล์ชั่วโมง
โอ้ท : (มองหาจำนวนที่ต้องจ่ายค่าปรับ) โอโห! 250 เหรอ ?

มิสเตอร์ : ไม่ใช่ 125 แต่ถ้าจ่ายเกินกำหนด จะเป็น 250
โอ้ท : ยูจะทำโทษไอยังไงดี ?

มิสเตอร์ : ห้ามไปดีซีอีก (รู้ว่ามิสเตอร์พูดเล่น)
โอ้ท : ถ้าต้องไปไอก็ไม่ขับ ยูขับพาไป หรือไม่ก็ไปกับเพื่อนก็ได้

มิสเตอร์ส่งจดหมายคืนให้โอ้ท

โอ้ท : อ้าว ยูไม่จ่ายให้เหรอ
มิสเตอร์ : จ่ายซิ เอาไปวางที่หน้าคอมฯ

No comments: