Wednesday, March 10, 2010

กระดูกหมู”แซ่บๆๆ” Spicy rib

กระดูกหมู”แซ่บๆๆ” Spicy rib

สิ่งที่ต้องเตรียม Ingredient
กระดูกหมู ปริมาณตามใจฉัน(และตัวคุณเอง) Rib as much as you like
พริกขี้หนู chilli
หอมแดง red onion
กระเทียม garlic
พริกไทย (เม็ดหรือป่นก็ได้) pepper or ground pepper
ตะไคร้ (ซอย) lemon grass
น้ำปลา fish sauce
ซีอิ้วขาว soy sauce
น้ำตาล (นิดหน่อย) sugar (little)
วิธีทำ Prepared
ตำพริก หอมแดง กระเทียม พริกไทย ตะไคร้ (โอ้ทตำใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ใช้หลายเดือนไม่ต้องตำบ่อยๆ)
นำกระดูกหมูใช่ชาม ใส่พริกตำ น้ำปลานิดเดียว ซีอิ้วขาว น้ำตาลนิดหน่อย แล้วคลุกให้เข้ากันทั่ว ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้รสซึมเข้าเนื้อ
Blend or mix with mortar and pestle chili, red onion, garlic, pepper and slices garlic and mix with ribs, add little fish sauce, soy sauce and little sugar. Mix together and cover a bowl , leave over night.

วันรุ่งขึ้น next day
เปิดเตาอบที่ไฟบนรอไว้ เทกระดูกหมูที่หมักไว้ (ส่งกลิ่นห๊อมหอม) ใส่ถาด แล้วจับใส่เตา ตั้งเวลา 20 นาที เอาถาดมากลับกระดูกหมู แล้วเปิดไฟล่าง อบต่ออีก 10-15 นาที หรือจนกว่าหมูจะสุก ถ้าชอบแห้งก็อบต่อจนพอใจจ้า
Heat the oven to Broil. Put rib into a plate and cook for 20 minutes, then turn ribs and chage the heat to bake continue cook 10-15 minutes or until done.





No comments:

เมื่อเราไม่ท้อ ไม่ถอย ตั้งใจ และลงมือ อะไรก็สำเร็จได้สักวัน
แวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอให้มีความสุข และ มีความรักรอบๆ ตัวทุกคนค่ะ
If we never give up and begin doing, we will succeed. I wish everyone happiness and love, stay around.

เรื่องราว ข้อมูล บทความ ที่เขียนทั้งหมด ที่พื้นที่แห่งนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกเก็บไว้อ่านย้อนหลังเพราะไม่ได้เขียนใส่สมุดตั้งแต่มาอเมริกาและเพื่อง่ายต่อทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นชิวิตความเป็นอยู่ ทั้งเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส มิได้มีเจตนากระทบกระทั่งบุคคลใดขอขอบคุณเจ้าของบทความ งานเขียน และรวมถึงวิดีโอ ที่มีประโยชน์ได้นำมาอ้างอิงเผยแพร่ไว้ที่นี่ และยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทั้งด้วยความตั้งใจและบ้งเอิญค่ะ

Stories and articles in this blog are my experiences .I would like to share in public. Welcome everyone!

Since I moved to the USA I have not written in a book, I use this space to keep the memories of everything I do and everyone I meet and this makes it simple to update my family in Thailand also.

Thank you to all the writers and people educated in the media who I copied to share this blog